เลือกซื้อกล่องแก้วอย่างไรให้คุ้มค่าปลอดภัยและยั่งยืน

ด้วยเทรนด์การดูแลสุขภาพที่มาแรงอย่างก้าวกระโดด ทำให้นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การทำอาหารทานเองที่บ้านก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเช่นกัน เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมโภชนาการได้แล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันจากการทำอาหารเตรียมไว้ไม่น้อย ทว่าสิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามแต่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ การเลือกกล่องเก็บอาหารที่มีคุณภาพ ทนทาน และถูกสุขอนามัย และจุดนี้เองที่ทำให้ “กล่องแก้ว” กลายเป็นตัวเลือกบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจ

 

ในบทความนี้ Oceantableware จะพาไปหาคำตอบกันว่า ทำไมเราถึงควรเปลี่ยนมาใช้กล่องแก้ว พร้อมพาไปทำความรู้จักกับประเภทของเนื้อแก้วที่นำมาใช้ และวิธีเลือกซื้อกล่องข้าวให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณให้ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้น

 

กล่องแก้วกับกล่องพลาสติกต่างกันอย่างไร?

เชื่อว่าหลายคนอาจเคยชินกับการใช้กล่องข้าวพลาสติกที่น้ำหนักเบาและราคาถูกเป็นหลัก และอาจสงสัยว่าการเปลี่ยนมาใช้กล่องแก้วนั้นดีกว่าเดิมอย่างไร โดยหากเทียบกันแล้ว กล่องอาหารทั้งสองประเภทมีความแตกต่างที่สำคัญดังนี้

 

ความปลอดภัย

กล่องแก้วถือว่ามีความปลอดภัยและสุขอนามัยที่มากกว่าโดยสิ้นเชิง เนื่องจากกล่องแก้วไม่มีสารเคมีตกค้างหรือละลายออกมาปะปนกับอาหารเมื่อต้องสัมผัสกับความร้อนสูงในไมโครเวฟ แตกต่างจากกล่องพลาสติก โดยเฉพาะกล่องที่ไม่ได้ผลิตจากวัสดุฟู้ดเกรด (Food Grade) ที่อาจปล่อยสาร BPA ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย

 

การดูดซับกลิ่นและสี

เนื้อแก้วมีคุณสมบัติพื้นผิวที่เรียบเนียนและไร้รูพรุน (Non-Porous) จึงไม่ดูดซับกลิ่นอาหารและไม่เปลี่ยนสีเมื่อต้องจัดเก็บเมนูที่มีสีจัดจ้านอย่างแกงกะทิหรือซอสมะเขือเทศ แถมยังทำความสะอาดง่ายไม่ทิ้งคราบ แตกต่างจากพลาสติกที่มักเกิดคราบเหลืองฝังลึกและมีกลิ่นเหม็นอับตกค้างแม้จะล้างทำความสะอาดแล้วก็ตาม

 

อายุการใช้งานและความคุ้มค่า

แม้กล่องแก้วจะมีราคาที่สูงกว่า และเสี่ยงต่อการแตกเมื่อถูกกระแทก แต่ตัววัสดุแก้วก็ถือว่ามีความทนทานสูง ไม่เป็นรอยขีดข่วนง่าย ไม่ขุ่นมัว และไม่เสียรูปทรงจากการใช้งาน ทำให้กล่องแก้วมีอายุการใช้งานยาวนานหลายปี ในขณะที่กล่องพลาสติกมักจะเสื่อมสภาพเร็ว มีการขดงอเมื่อโดนความร้อนหลังใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้ต้องซื้อเปลี่ยนบ่อยครั้ง

 

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การเลือกใช้กล่องแก้วเป็นการช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากแก้วเป็นวัสดุที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ยาวนานและรีไซเคิลได้ 100% นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดไมโครพลาสติกที่อาจหลุดรอดไปสะสมในสิ่งแวดล้อมและแหล่งน้ำอีกด้วย

 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองดูการเปรียบเทียบระหว่างกล่องแก้วถนอมอาหารกับกล่องใส่อาหารแบบใช้แล้วทิ้งที่ใช้วัสดุพลาสติก ตามตารางด้านล่างนี้

 

คุณสมบัติ

กล่องแก้วถนอมอาหาร

กล่องใส่อาหารแบบใช้แล้วทิ้ง / พลาสติก

ความปลอดภัย (เมื่อโดนความร้อน)

ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ปลอดภัยต่อการใช้งาน

มีความเสี่ยงที่สารเคมี (BPA) จะละลายปนเปื้อน

การดูดซับกลิ่นและสี

ไม่ดูดซับกลิ่น ล้างคราบสีออกง่าย

ดูดซับกลิ่นง่าย เป็นคราบฝังลึกและเหลือง

อายุการใช้งานและความคุ้มค่า

ทนทาน ใช้ได้นานหลายปี คุ้มค่าในระยะยาว

เสื่อมสภาพเร็ว อายุการใช้งานสั้น ต้องซื้อเปลี่ยนบ่อยครั้ง

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดขยะได้อย่างยั่งยืน

สร้างขยะสะสม และมีความเสี่ยงเรื่องไมโครพลาสติก

 

วัสดุของกล่องแก้วที่ควรทราบ

วัสดุที่นิยมนำมาใช้ผลิตกล่องแก้ว สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

 

แก้วบอโรซิลิเกต (Borosilicate Glass)

แก้วบอโรซิลิเกตมีจุดเด่นด้านความทนทาน สามารถทนความร้อนได้ประมาณ 300°C มีคุณสมบัติทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลันได้ดีเยี่ยม ทำให้แก้วประเภทนี้สามารถนำเข้าเตาอบ ไมโครเวฟ หรือแช่ช่องฟรีซได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวลเรื่องการแตกร้าวระหว่างใช้งาน

 

แก้วเทมเปอร์ (Tempered Glass)

แก้วเทมเปอร์มีจุดเด่นที่ความแข็งแรง สามารถทนต่อแรงกระแทกหรือการตกหล่นได้ดีกว่าแก้วทั่วไป สามารถทนความร้อนประมาณ 150°C ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการนำเข้าเตาอบหรืออุ่นเป็นเวลานานเหมือนแก้วบอโรซิลิเกต แต่ก็สามารถจัดเก็บในตู้เย็นและอุ่นอาหารในไมโครเวฟทั่วไปได้เช่นกัน

 

การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน สำคัญอย่างไรในการเลือกวัสดุแก้ว

การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน หรือ Thermal Shock คือสภาวะที่แก้วเกิดการขยายตัวและหดตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเจอความร้อนจัดและเย็นจัดสลับกันในเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แก้วเกิดการร้าวหรือแตกละเอียดได้ ดังนั้น การเลือกกล่องแก้วที่ระบุคุณสมบัติทนทานต่ออุณหภูมิฉับพลัน อย่างเช่นแก้วบอโรซิลิเกต จึงเป็นสิ่งสำคัญหากคุณต้องการนำกล่องแก้วไปใช้อบอาหารหรือแช่แข็ง

 

ถึงแม้ว่า บรรจุภัณฑ์ที่คุณเลือกใช้จะระบุว่าทนความร้อนได้ดีเยี่ยม แต่ในการใช้งานจริงควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอุณหภูมิแบบสุดขั้วอย่างกะทันหัน เช่น การนำกล่องแก้วที่เพิ่งออกจากช่องแช่แข็งเข้าเตาอบที่ร้อนจัดในทันที โดยแนะนำให้วางกล่องพักไว้ในอุณหภูมิห้องสักครู่เพื่อให้แก้วได้ปรับสภาพหรือคลายความเย็นลงเล็กน้อย เพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นและยืดอายุการใช้งานกล่องแก้ว

 

กล่องแก้วเหมาะกับอาหารลักษณะอย่างไร?

กล่องแก้วสามารถนำมาบรรจุอาหารได้หลากหลาย โดยมีเมนูเด่นที่เหมาะกับกล่องแก้ว ดังนี้

  • เมนูอาหารทำล่วงหน้า: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอาหารแช่เย็นไว้ล่วงหน้า เพราะแก้วบอโรซิลิเกตสามารถนำออกจากตู้เย็นเข้าอุ่นในไมโครเวฟหรือเตาอบได้ทันที
  • เมนูสีจัดและไขมันสูง: เช่น แกงกะทิ มัสมั่น พาสต้าซอสมะเขือเทศ เนื่องจากผิวแก้วจะไม่ทิ้งคราบเหลืองฝังลึก และสามารถล้างคราบมันออกได้อย่างหมดจด
  • อาหารหมักดองและกลิ่นฉุน: เช่น กิมจิ ของดอง หรือเครื่องเทศต่างๆ เนื่องจากแก้วมีพื้นผิวที่ไร้รูพรุน ทำให้กลิ่นไม่ติดฝังแน่นปะปนกับอาหารมื้อถัดไป
  • อาหารเด็กอ่อน: เนื่องจากแก้วเป็นวัสดุที่มีปลอดภัยสูง ไร้สารตกค้าง ทำให้เหมาะสำหรับการบรรจุและอุ่นอาหารให้ลูกน้อย

 

นอกจากนี้ กล่องแก้วส่วนใหญ่ยังมาพร้อมกับฝาปิดระบบสุญญากาศ ที่ช่วยดึงออกซิเจน ลดความชื้นออกจากกล่อง และชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทำให้เหมาะสำหรับการนำมาใช้เป็นกล่องถนอมอาหาร วัตถุดิบสดต่างๆ เช่น ผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ เพื่อช่วยยืดอายุอาหารให้สดใหม่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ทั้งในภาคครัวเรือนและธุรกิจร้านอาหารที่ประสบปัญหาอาหารเหลือทิ้ง

 

เลือกกล่องแก้วให้ตอบโจทย์ความต้องการ

การเลือกกล่องแก้วให้ตรงกับการใช้งานและความต้องการนั้น สามารถเลือกจากปัจจัยสำคัญ ดังนี้

  • เลือกจากประเภทวัสดุแก้ว: หากนำกล่องแก้วไปอุ่นอาหารหรือโดนความร้อนเป็นเวลานาน ควรเลือกแก้วบอโรซิลิเกตเป็นหลัก แต่หากนำไปบรรจุอาหารแช่แข็ง หรืออุ่นไมโครเวฟเบาๆ ก็สามารถเลือกใช้แก้วเทมเปอร์ได้เช่นกัน
  • เลือกตามขนาดความจุ: หากนำกล่องแก้วไปบรรจุมื้ออาหารหรือนำไปพกพาระหว่างวัน ควรเลือกความจุประมาณ 300-600 มิลลิลิตร แต่หากเน้นจัดเก็บวัตถุดิบปริมาณมาก หรือบรรจุกับข้าวเป็นหลัก ควรเลือกกล่องขนาด 600-1,000 มิลลิลิตรขึ้นไป
  • เลือกตามฟังก์ชันการใช้งาน: สำหรับกล่องข้าวพกพา ควรเลือกกล่องที่มีการแบ่งช่องเพื่อแยกข้าวและกับข้าวไม่ให้ปะปนกัน
  • เลือกตามรูปทรง: กล่องแก้วมักนิยมทำเป็นสองรูปทรงหลัก ได้แก่
    • กล่องสี่เหลี่ยม: ขนาดมาตรฐาน ช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย
    • กล่องวงกลม: กระจายความร้อนในไมโครเวฟได้ดี และดูสวยงามเมื่อนำมาเสิร์ฟเมนูประเภทน้ำ
  • เลือกระบบฝาปิดที่ดี: เพื่อการถนอมอาหารที่มีประสิทธิภาพ แนะนำให้พิจารณากล่องที่มีฝาปิดแบบสุญญากาศ หรือเลือกฝาที่มีซีลซิลิโคนกันรั่วซึม เพื่อยืดอายุอาหารให้สดใหม่ได้นานขึ้น และป้องกันอาหารหกซึมออกมาเวลาพกพา

 

สำหรับธุรกิจร้านอาหารหรือบริการจัดเลี้ยงระดับพรีเมียม การเปลี่ยนมาใช้กล่องถนอมอาหารแบบแก้วในการบรรจุอาหารส่งมอบให้ลูกค้า แทนการใช้กล่องข้าวพลาสติกทั่วไป ยังช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นการสร้างความประทับใจที่ดีต่อผู้ใช้บริการ

 

เคล็ดลับการดูแลรักษากล่องแก้วให้อยู่ทนนาน

การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุกล่องแก้วให้อยู่ทนนานขึ้น โดยมีวิธีการดูแลที่สำคัญ ดังนี้

  • การทำความสะอาด: ใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ล้างด้วยน้ำยาล้างจานทั่วไป หากมีคราบฝังแน่นให้แช่น้ำอุ่นผสมเบกกิ้งโซดาสักพักก่อนล้างออก
  • การดูแลซีลยางซิลิโคน: ควรถอดขอบยางซิลิโคนที่ฝาออกมาล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้งสนิททุกครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของคราบสิ่งสกปรกและเชื้อรา
  • การแก้ปัญหาฝาสุญญากาศติด: หากฝาดูดติดแน่นจนเปิดไม่ออกเนื่องจากความดันอากาศ ไม่ควรใช้ของมีคมงัดเด็ดขาด ให้ดึงจุกวาล์วซิลิโคนบนฝาขึ้นเพื่อคลายความดัน หรือนำไปแช่ในน้ำอุ่นสักครู่ ฝาก็จะเปิดออกได้อย่างง่ายดาย

 

ยกระดับการจัดเก็บด้วยกล่องแก้ว REGO BOX นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก Oceantableware

หากคุณกำลังมองหากล่องแก้วที่ตอบโจทย์ครบทุกด้าน Oceantableware ขอแนะนำ REGO BOX คอลเล็กชันกล่องแก้วถนอมอาหารใหม่ล่าสุดที่ผสานการออกแบบสไตล์โมเดิร์น เข้ากับนวัตกรรมสุดล้ำได้อย่างลงตัว

  • กล่องแก้วบอโรซิลิเกตคุณภาพสูง: ทนทานต่อความร้อนจัดและความเย็นจัด สามารถนำเข้าไมโครเวฟ เตาอบ และช่องฟรีซได้อย่างไร้กังวล
  • นวัตกรรมฝาแก้วเทมเปอร์: แข็งแรงทนทาน มาพร้อมระบบซีลซิลิโคนปิดสนิท ป้องกันการรั่วซึม
  • จัดเก็บง่าย: ฝาและตัวกล่องถูกออกแบบมาให้สามารถวางซ้อนกันได้ เพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บ
  • ความสะอาดเหนือระดับ: ตัวกล่องปลอดกลิ่นอาหารตกค้าง และไม่ดูดซึมสีอาหาร ล้างทำความสะอาดง่าย เหมือนใหม่ทุกครั้งที่ใช้งาน

 

การเลือกซื้อกล่องแก้วถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องรสชาติและยืดอายุอาหารให้ยาวนานขึ้น แต่ยังปลอดภัยไร้สารตกค้าง พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวอีกด้วย หากคุณกำลังมองหาบรรจุภัณฑ์แก้วที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ ความทนทาน และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน กล่องแก้วถนอมอาหาร REGO BOX พร้อมเป็นตัวช่วยที่จะยกระดับประสบการณ์ในห้องครัวของคุณ

เกี่ยวกับ Oceantableware

Oceantableware คือผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดเครื่องแก้ว ภาชนะใส่อาหาร เซตของขวัญคุณภาพดีหลากหลายแบบ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน รวมถึงจำหน่ายอุปกรณ์ครัวอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง รวมถึงบริษัทและองค์กรต่างๆ จากประสบการณ์กว่า 43 ปี เรามุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารสู่ความทันสมัยอย่างมีสไตล์ ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของความสุข ช่วยสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ โอเชียนกลาสจึงเป็นผู้นำการจัดจำหน่ายชุดแก้ว และเครื่องครัวอื่นๆ ของเอเชียและส่งออกไปมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

 

สอบถามเกี่ยวกับกล่องถนอมอาหาร กล่องข้าวพลาสติกและอุปกรณ์เครื่องครัวทุกรูปแบบได้ที่: 

LINE: @oceantableware

โทร.: 062-390-0075

อีเมล: CS@oceanglass.com