เขียงไม้อะไรดีที่สุด? มาเปรียบเทียบวัสดุและวิธีเลือกเขียงไม้ให้ถูกใจคุณที่สุด

การเลือกเขียงสำหรับใช้งานในครัว โดยเฉพาะเขียงไม้ ไม่ว่าจะเป็นครัวที่บ้าน หรือในร้านอาหารต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้ กล่องข้าว หม้อ กระทะ จาน (Plate) โหลแก้วและอุปกรณ์ครัวต่างๆ เพราะเขียงไม้ที่ดีไม่ได้จำกัดเพียงแค่การรองหั่นเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยด้านอาหารและอายุการใช้งานของมีดอีกด้วย 

แต่หากถามว่า “เขียงไม้อะไรดีที่สุด” แม้หลายๆ คนจะคุ้นเคยกับการใช้เขียงอยู่แล้ว แต่หากจะต้องเลือกซื้อเลือกใช้เขียงไม้สักแผ่น จะต้องเลือกอย่างไรให้ตรงกับความต้องการที่สุด ในบทความนี้ Oceantableware จะพาคุณไปดูกันว่าเขียงไม้แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีเลือกเขียงไม้ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

 

เปรียบเทียบประเภท เขียงไม้อะไรดีที่สุด?

หากถามว่าเขียงไม้อะไรดีที่สุด คำตอบขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของแต่ละคน เนื่องจากเขียงไม้แต่ละชนิดมีทั้งราคา ข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันไป โดยวัสดุเขียงไม้ที่นิยมใช้งานนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักดังนี้


1. เขียงไม้เนื้อแข็ง

หากถามว่าเขียงไม้อะไรดีที่สุด เขียงไม้เนื้อแข็งถือเป็นคำตอบอันดับต้นๆ สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนาน เนื่องจากไม้กลุ่มนี้มีความหนาแน่นสูง ทนทานต่อการใช้งานหนัก และที่สำคัญคือไม่ทำให้คมมีดทู่เร็ว ตอบโจทย์การใช้งานในครัวร้านอาหารที่มีการหั่นสับต่างๆ ตลอดเวลา หรือในครัวเรือนที่ต้องการเขียงไม้ทนๆ ไว้ใช้งาน โดยไม้ยอดนิยมในกลุ่มเนื้อแข็งมีดังนี้

  • ไม้สัก: ไม้เนื้อแข็งที่นิยมใช้ผลิตเขียงไม้ เนื้อไม้มีน้ำมันสูงช่วยกันน้ำและป้องกันเชื้อราได้ดี มีความทนทาน ลวดลายเฉพาะตัว แต่ราคาก็สูงด้วยเช่นกัน
  • ไม้มะขาม: เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรงสูง ทำให้ไม่มีเศษไม้ติดกับอาหารจากการหั่น การสับแรงๆ และลำต้นไม้มะขามยังมีขนาดที่กว้าง ทำให้สามารถผลิตเขียงแผ่นใหญ่ได้ง่าย
  • ไม้โอ๊ก: เป็นไม้ยอดนิยมสำหรับการผลิตอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เนื้อไม้มีความแข็ง ทนทานเป็นพิเศษ แต่เนื้อไม้มีรูพรุนค่อนข้างสูง ทำให้ต้องอาศัยการดูแลรักษาเพื่อป้องกันการซึมน้ำและเชื้อรา


ข้อดีของเขียงไม้เนื้อแข็ง

  • อายุการใช้งานยาวนาน ทนทานต่อการใช้งาน
  • เนื้อไม้ไม่ทำให้คมมีดทู่เร็ว
  • มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ
  • สามารถขัดผิว ซ่อมแซมได้ง่าย


ข้อควรระวังของเขียงไม้เนื้อแข็ง

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • น้ำหนักค่อนข้างมาก เคลื่อนย้ายลำบาก
  • ต้องอาศัยดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ


2. เขียงไม้เนื้ออ่อน

เขียงไม้เนื้ออ่อน เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ร้านค้า ร้านอาหารที่ต้องขนย้ายอุปกรณ์บ่อยๆ หรือต้องการเขียงราคาประหยัด แต่คุณภาพยังคงตอบโจทย์การใช้งานเช่นกัน

  • ไม้ยางพารา: หลายคนจัดให้ไม้ชนิดนี้เป็นทั้งไม้เนื้อแข็งปานกลาง และเป็นไม้เนื้ออ่อน มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับไม้สัก แต่ด้อยกว่าเล็กน้อย และมีความทนทานน้อยกว่าไม้เนื้อแข็งชนิดต่างๆ
  • ไม้สน: ไม้เนื้ออ่อนน้ำหนักเบา ราคาประหยัด เหมาะสำหรับการใช้งานเบาๆ เช่นการหั่นผัก หั่นเนื้อนิ่มๆ แต่เนื้อไม้ค่อนข้างมีความนิ่ม ทำให้เกิดรอยมีดบนเขียง และอายุการใช้งานน้อยกว่าไม้อื่นๆ
  • ไม้ไผ่: เป็นไม้เนื้ออ่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โตเร็ว ผลิตง่าย ราคาไม่แพง แถมมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ และน้ำหนักเบา แต่เนื้อไม้มีความแข็งกว่าไม้ชนิดอื่นๆ ทำให้คมมีดทู่เร็วขึ้น และไม่ควรแช่น้ำนาน เพราะอาจทำให้ไม้ไผ่แตกร้าวหรือบวมได้


ข้อดีของเขียงไม้เนื้ออ่อน

  • ราคาประหยัด เข้าถึงได้ง่าย
  • น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก
  • หาซื้อได้ทั่วไป


ข้อควรระวังของเขียงไม้เนื้ออ่อน

  • อายุการใช้งานสั้นกว่าเขียงไม้เนื้อแข็ง
  • เกิดรอยมีดง่ายกว่า ต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้น


สรุป เขียงไม้อะไรดีที่สุด?

จากที่ได้เปรียบเทียบเขียงไม้แต่ละประเภทไปแล้วจะเห็นว่า คำตอบที่ว่า “เขียงไม้อะไรดีที่สุด” นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความทนทานอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการใช้งานและงบประมาณของแต่ละคน สำหรับครัวร้านอาหารที่ใช้งานหนักทุกวัน แนะนำเขียงไม้เนื้อแข็งอย่างไม้สักหรือไม้มะขาม ที่แม้ราคาจะสูงกว่า แต่ก็มีอายุการใช้งานที่สูง จนอาจคุ้มค่าในระยะยาว ไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลาเปลี่ยนบ่อยๆ ส่วนร้านอาหารขนาดเล็กหรือในครัวเรือน เขียงไม้เนื้ออ่อนก็เป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างราคาและคุณภาพ ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีในราคาที่เข้าถึงง่าย

นอกจากการใช้งานแล้ว การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีและการใช้งานอย่างถูกหลักสุขอนามัย ก็จะช่วยให้เขียงไม้ทนทาน สวยงาม ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น 


รวมเรื่องที่ควรรู้ ก่อนเลือกใช้เขียงไม้


1. วิธีเลือกเขียงไม้

เลือกซื้อเขียงไม้อะไรดีที่สุด? ต้องพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัยเพื่อให้ได้เขียงที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง ตั้งแต่

  • ขนาดและความหนา: หากต้องการเขียงสำหรับการหั่น สับเนื้อ การใช้งานหนักๆ ควรเลือกเขียงที่หนาอย่างน้อย 3-5 เซนติเมตร หากต้องการเขียงสำหรับหั่นผัก หรือใช้งานน้อยกว่า สามารถเลือกความหนาที่ประมาณ 2-3 เซนติเมตรได้เช่นกัน
  • คุณภาพเนื้อไม้: สังเกตจากเนื้อไม้ที่แน่นทึบ ไม่มีรอยร้าว ผิวเรียบเนียน ไม่ขรุขระ และไม่มีกลิ่นอับ
  • มาตรฐานความปลอดภัย: ควรเลือกเขียงที่ได้รับการรับรอง Food Grade ปราศจากสารเคลือบที่เป็นอันตราย และผลิตจากแหล่งที่มีชื่อเสียง
  • ความคุ้มค่า: พิจารณาจากราคาและอายุการใช้งานเป็นหลัก


2. เขียงไม้มีอันตรายอะไรบ้าง

หากขาดการดูแล เขียงไม้ก็อาจสร้างปัญหาและอาจทำให้เกิดอันตรายต่อการใช้งานและสุขภาพได้

  • รอยร้าวลึกสะสมเชื้อโรค: เมื่อใช้งานไปนานๆ รอยมีดจากการหั่นต่างๆ จะเริ่มลึกขึ้นและอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรีย เศษอาหาร และสิ่งสกปรกที่ล้างออกยากภายในเขียงได้
  • การดูดซับความชื้นและกลิ่น: หากไม่ตากให้แห้งหรือเก็บเขียงไม้ไว้ในที่ชื้น เขียงอาจดูดซับน้ำและกลิ่นอาหารต่างๆ จนทำให้เกิดเชื้อราหรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
  • เศษไม้แตกหักปะปนอาหาร: เขียงที่เก่ามากหรือเนื้อไม้เริ่มเสื่อมสภาพ อาจมีเศษไม้เล็กๆ หลุดปะปนในอาหารจากการกระทบกับมีดได้
  • การเปลี่ยนสีและเป็นคราบ: คราบจากอาหารบางชนิดอาจซึมเข้าไปในเนื้อไม้ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีสีเข้ม หรือเนื้อสัตว์ ทำให้เขียงไม่สวยงาม และอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้


3. วิธีดูแลเขียงไม้ให้ทนทาน

วิธีดูแล ทำความสะอาดเขียงไม้ที่ถูกต้อง สามารถทำได้ดังนี้

  • ล้างทันทีหลังใช้งานด้วยน้ำและน้ำยาทำความสะอาด และไม่ควรแช่น้ำนาน
  • ตากเขียงให้แห้งสนิททุกครั้ง โดยตั้งเอียงหรือแขวนไว้ให้อากาศถ่ายเทรอบด้าน
  • หลีกเลี่ยงการตากแดดจัด เนื่องจากไม้อาจแตกได้
  • ทาน้ำมันลงบนเขียงเดือนละครั้ง เพื่อบำรุงเนื้อไม้
  • เมื่อมีรอยมีดลึก ให้ขัดผิวด้วยกระดาษทรายเบอร์ละเอียด เพื่อไม่ให้รอยมีดฝังลึก
  • เปลี่ยนเขียงทันทีเมื่อมีรอยมีดบากลึก มีกลิ่นแปลก หรือเปลี่ยนสีผิดปกติจากเดิม

นอกจากการดูแลรักษาข้างต้นแล้ว วิธีดูแลอีกหนึ่งข้อที่สามารถทดแทนการทาน้ำมันได้ คือ การนำเขียงไปแช่ในน้ำเกลือ หากถามว่าเขียงไม้ทำไมต้องแช่น้ำเกลือ? ข้อดีของวิธีการดูแลนี้ คือการยืดอายุการใช้งาน ป้องกันเชื้อราในเขียง และยังช่วยสมานรอยแตกของเขียงได้ในระดับหนึ่งด้วย โดยควรแช่เขียงเอาไว้อย่างน้อย 3-4 วัน แล้วจึงนำมาผึ่งลมให้แห้ง ก่อนนำไปใช้งานต่อไป


4. วัสดุทางเลือก สำหรับเขียงในครัวร้านอาหาร

นอกจากเขียงไม้แล้ว ยังมีเขียงวัสดุอื่นที่นิยมใช้ในครัวมืออาชีพ เช่น

  • เขียงพลาสติก:  ราคาถูก เปลี่ยนบ่อยได้ ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ดูดซับน้ำและกลิ่น และมีหลายสีให้เลือก เหมาะกับการแยกตามประเภทอาหาร
  • เขียงสแตนเลส: ความทนทานสูง ไม่ทิ้งรอยมีด ทำความสะอาดง่าย ไม่ดูดซับน้ำ กลิ่นและสี แถมยังทนความร้อนสูงได้


5. ใช้เขียงแบบไหนปลอดภัยที่สุด?

หากนับตามคุณสมบัติแล้ว เขียงสแตนเลสถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เนื่องจาก ทำความสะอาดง่าย ไม่ดูดซับคราบสกปรกต่างๆ และไม่เกิดร่องรอยหั่นของมีดในการใช้งาน ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อโรคหรือกลิ่นติดเขียง

อย่างไรก็ตาม หากถามว่าเขียงแบบไหนดีต่อสุขภาพของทั้งผู้ใช้และผู้ทานนั้น ก็ไม่ได้จำกัดอยู่กับวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอด้วย


6. ทำไมเขียงต้องแยกสี?

สำหรับครัวร้านอาหารที่ได้มาตรฐาน การแยกเขียงตามประเภทอาหารเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับความปลอดภัยด้านอาหาร โดยมีสาเหตุหลักคือ การป้องกันการปนเปื้อนข้ามจากวัตถุดิบต่างๆ และทำให้ง่ายต่อการจดจำ โดยมีการแบ่งสีต่างๆ ดังนี้

  • สีแดง: เนื้อสัตว์ดิบ
  • สีเหลือง: เนื้อสัตว์ปีก
  • สีเขียว: ผักและผลไม้สด
  • สีน้ำเงิน: อาหารทะเล ปลา กุ้ง หอย
  • สีขาว: ขนมปัง วัตถุดิบทั่วไป
  • สีน้ำตาล: อาหารที่ปรุงสุกแล้ว


การเลือกเขียงไม้อะไรดีที่สุดสำหรับครัวของคุณนั้น อาจไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งงบประมาณ ความถี่ในการใช้งาน ประเภทอาหารที่เตรียม และความพร้อมในการดูแลรักษา การลงทุนกับเขียงไม้คุณภาพดีและดูแลรักษาอย่างถูกต้อง จึงไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์ครัว แต่เป็นการลงทุนในความปลอดภัยด้านอาหาร ประสิทธิภาพการทำงาน และอายุการใช้งานของทั้งมีดและเขียงในระยะยาวด้วย

สนใจซื้อเครื่องครัวคุณภาพดีกับ Oceantableware

Oceantableware คือผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถาด เขียง หม้อ กล่องข้าวพลาสติก กล่องถนอมอาหาร แก้วกาแฟ ปิ่นโต เหยือกแก้ว (Pitcher) และชุดเครื่องแก้วคุณภาพดี หลากหลายแบบ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน รวมถึงจำหน่ายอุปกรณ์ครัวอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง รวมถึงบริษัทและองค์กรต่าง ๆ จากประสบการณ์กว่า 43 ปี เรามุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารสู่ความทันสมัยอย่างมีสไตล์ ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของความสุข ช่วยสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ โอเชียนกลาสจึงเป็นผู้นำการจัดจำหน่ายชุดแก้ว และเครื่องครัวอื่นๆ ของเอเชียและส่งออกไปมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

 

สอบถามเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องครัวทุกรูปแบบได้ที่: 

LINE: @oceantableware

โทร.: 062-390-0075

อีเมล: CS@oceanglass.com