หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชี้ว่า มนุษย์เรารู้จักการถนอมอาหารมาตั้งแต่ในยุคหิน และมีการพัฒนาต่อ ยอดมาเรื่อยๆ จนมีนวัตกรรมถนอมอาหารที่ทันสมัยอย่างในปัจจุบัน เช่น การฉายรังสี เทคโนโลยีความดันสูง และอื่นๆ ที่ใช้ในระดับอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การถนอมอาหารมีหลากหลายวิธี และสามารถเริ่มต้นทำได้ไม่ยากในครัวเรือน
ในบทความนี้ Oceantableware จะพาไปรู้จักกับประโยชน์ของการถนอมอาหาร พร้อมแนะนำ 5 วิธีถนอมอาหาร ซึ่งเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านสามารถทำตามได้
การถนอมอาหาร คืออะไร?
การถนอมอาหาร คือ วิธีการยืดอายุอาหารให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น โดยจะช่วยรักษาคุณสมบัติด้านรสชาติ โภชนาการ และทำให้อาหารปลอดภัยต่อการรับประทาน
ประโยชน์ของการถนอมอาหาร
การถนอมอาหารทำให้เราสามารถเก็บรักษาวัตถุดิบ หรืออาหารนั้นๆ เอาไว้ได้นานขึ้น และทำให้เกิดประโยชน์ในหลายด้าน อาทิ
1. ลดปัญหาขาดแคลนอาหาร
การถนอมอาหารช่วยให้เราสามารถเก็บอาหารไว้ทานในยามวิกฤติได้ เช่น ช่วงที่เกิดภัยธรรมชาติ ภัยแล้ง และภาวะสงคราม
2. เพิ่มมูลค่า
เกษตรกร และผู้ประกอบการสามารถใช้การถนอมอาหาร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบหรืออาหาร และช่วยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด
3. ใช้ประโยชน์ของอาหารอย่างคุ้มค่า
การถนอมอาหารจะช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบ หรืออาหารนั้นๆ ได้อย่างคุ้มค่า อีกทั้งยังช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหาร (Food Waste) ได้อีกด้วย
การถนอมอาหาร มีวิธีอะไรบ้าง?
อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นว่า การถนอมอาหารสามารถทำได้หลากหลายวิธี โดย 5 วิธีที่นิยมใช้มากในครัวเรือน ได้แก่
1. การถนอมอาหารโดยทำให้แห้ง
หลักการของวิธีนี้ คือ การกำจัดน้ำออกจากวัตถุดิบหรืออาหารนั้นๆ จนมีความชื้นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าจุดเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ส่งผลให้กระบวนการเมตาบอลิซึม (Metabolism) ของจุลินทรีย์ต่างๆ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเร็วในการเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส (Hydrolysis) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้วัตถุดิบหรืออาหารมีกลิ่นหืน
โดยวิธีการทำให้แห้งที่พบเห็นได้บ่อยในครัวเรือนมี 2 วิธี คือ
1.1 การผึ่งแดดหรือลม
นำวัตถุดิบหรืออาหารที่ต้องการทำให้แห้งมาจัดเรียงบนถาด แล้วคลุมด้วยผ้าขาวบาง หรือตะแกรงคลุมอาหาร เพื่อป้องกันแมลง หลังจากนั้นนำไปตากในพื้นที่โล่ง ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 - 4 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุดิบหรืออาหารนั้นๆ โดยควรนำถาดเข้ามาเก็บในเวลากลางคืนและช่วงฝนตก เพื่อป้องกันการสัมผัสกับความชื้นที่ทำให้อาหารแห้งช้าลง
1.2 การอบด้วยเตาความร้อน
นำวัตถุดิบหรืออาหารมาหั่นเป็นชิ้นพอดี แล้วนำจัดเรียงบนถาดเข้าเตาอบ โดยจะใช้ความร้อน และระยะเวลาแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุดิบหรืออาหารนั้นๆ ซึ่งวิธีนี้จะรวดเร็ว และความคุมคุณภาพได้ดีกว่าการผึ่งแดดหรือลม แต่มีต้นทุนสูงกว่า เนื่องจากต้องอาศัยเตาอบความร้อน
2. การพลาสเจอร์ไรซ์และสเตอริไลซ์
วิธีพลาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurization) และสเตอริไลซ์ (Sterilization) มุ่งเน้นไปที่การทำลายจุลินทรีย์ในวัตถุดิบหรืออาหาร ซึ่งนิยมใช้กับนมวัวและน้ำผลไม้
2.1 พลาสเจอร์ไรซ์:ใช้ความร้อนต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส เพื่อลดจำนวนจุลินทรีย์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการบริโภค โดยช่วยยืดอายุวัตถุดิบหรืออาหารได้นาน 1 - 2 สัปดาห์
2.2 สเตอริไลซ์: ใช้ความร้อนมากกว่า 100 องศาเซลเซียส เพื่อกำจัดจุลินทรีย์ทั้งหมด โดยช่วยยืดอายุวัตถุดิบหรืออาหารให้อยู่ได้นานหลายเดือน - ปี
ปัจจุบันเครื่องพลาสเจอร์ไรซ์ และสเตอริไลซ์สำหรับใช้กับอาหารมีวางขายทั่วไปแล้ว แต่มีราคาค่อนข้างสูง ส่งผลให้เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมไม่มากนัก เมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ
3. การถนอมอาหารโดยใช้ความเย็น
ความเย็นต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ช่วยชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และการทำงานของเอนไซม์ต่างๆ ส่งผลให้วัตถุดิบหรืออาหารนั้นๆ เน่าเสียได้ช้าลง ซึ่งการใช้ความเย็นถนอมอาหารมีอยู่ 2 ระดับ คือ
3.1 ระดับ 1 - 8 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิในระดับนี้จะช่วยชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และการทำงานของเอนไซม์แบบไม่สมบูรณ์ โดยมีผลต่อเนื้อสัมผัสน้อย
3.2 ระดับเยือกแข็งหรือ 0 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิระดับนี้จะช่วยชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และการทำงานของเอนไซม์ได้มากกว่า แต่อาจมีผลต่อเนื้อสัมผัส เนื่องจากทำให้มีเกล็ดน้ำแข็งเกิดขึ้นบนผิววัตถุดิบหรืออาหาร
4. การหมักดอง
การหมักดอง คือ การนำของเหลวที่มีฤทธิ์เป็นกรด และปลอดภัยต่อการบริโภคมาหมักดองวัตถุดิบหรืออาหารในสภาพแวดล้อมแบบปิด เพื่อย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต และทำให้วัตถุดิบหรืออาหารนั้นๆ มีสภาพเป็นกรด ส่งผลให้จุลินทรีย์ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ ยกตัวอย่างการหมักดองอาหาร ดังนี้
4.1 การหมักดองด้วยน้ำเกลือ
ผสมเกลือกับน้ำสะอาด โดยให้มีความเข้มข้นของเกลืออยู่ที่ร้อยละ 2 - 5 หลังจากนั้นนำวัตถุดิบหรืออาหารที่ต้องการหมักดองมาใส่ในโหลแก้ว และเทน้ำเกลือลงไปจนท่วมวัตถุดิบหรืออาหารทั้งหมด แล้วปิดฝาขวดโหลให้สนิท แต่ไม่ต้องแน่นมาก เพื่อให้ก๊าซที่เกิดจากการหมักดองสามารถไหลผ่านออกมาได้ โดยปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3 - 4 วัน จึงจะสามารถนำวัตถุดิบหรืออาหารออกมารับประทานได้
4.2 การหมักดองด้วยน้ำส้มสายชู
ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 แล้วจัดเรียงวัตถุดิบหรืออาหารที่ต้องการหมักดองใส่ในโหลแก้ว และเทน้ำผสมน้ำส้มสายชูลงไปจนท่วมวัตถุดิบหรืออาหารทั้งหมด แล้วปิดฝาขวดโหลให้สนิท แต่ไม่ต้องแน่นมาก เพื่อให้ก๊าซที่เกิดจากการหมักดองสามารถไหลผ่านออกมาได้ โดยปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง จึงจะสามารถนำวัตถุดิบหรืออาหารออกมารับประทานได้
5. การเก็บในกล่องสุญญากาศ
การเก็บอาหารในกล่องสุญญากาศถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพียงนำอาหารมาจัดเรียงในกล่อง ปิดฝาให้แน่นสนิท และนำไปแช่ในตู้เย็น โดยวิธีนี้จะช่วยยืดอายุวัตถุดิบอย่างเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ให้อยู่ในตู้เย็นได้ยาวนานขึ้น
อย่างไรก็ตาม วัตถุดิบบางชนิดอาจต้องใช้เทคนิคเพิ่มเติมเล็กน้อย เช่น การรองด้วยกระดาษทิชชู การห่อถุงซิปล็อก และการแช่ในช่องฟรีซ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการถนอมอาหาร โดยเฉพาะการหมักดองและการเก็บในกล่องสุญญากาศ คือ การเลือกใช้โหลแก้ว และกล่องถนอมอาหารที่มีคุณภาพ เพราะในการหมักดอง โหลแก้วจะต้องสัมผัสกับกรดเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หากใช้โหลที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้สารเคลือบอันตรายปนเปื้อนลงไปได้ ส่วนการเก็บในกล่องสุญญากาศ วัตถุดิบหรืออาหารจะต้องสัมผัสกับผิวกล่องโดยตรง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า วัสดุที่ใช้ปลอดภัยและทนทาน รวมถึงฝากล่องต้องป้องกันอากาศ และความชื้นได้จริง

เลือกกล่องถนอมอาหาร และโหลแก้วคุณภาพดี กับ Oceantableware
Oceantableware คือผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกล่องถนอมอาหาร โหลแก้ว และอุปกรณ์ครัวอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง รวมถึงบริษัทและองค์กรต่างๆ จากประสบการณ์กว่า 38 ปี เรามุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารสู่ความทันสมัยอย่างมีสไตล์ ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของความสุข ช่วยสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ โอเชียนกลาสจึงเป็นผู้นำการจัดจำหน่ายมีด และเครื่องครัวอื่นๆ ของเอเชียและส่งออกไปมากกว่า 90 ประเทศทั่วโล
สอบถามเกี่ยวกับกล่องถนอมอาหาร โหลแก้ว และอุปกรณ์เครื่องครัวทุกรูปแบบสำหรับบ้าน ธุรกิจ และองค์กรของคุณได้ที่:
LINE: @oceanonline
โทร.: 062-390-0075
อีเมล: CS@oceanglass.com

