แก้วเก็บความเย็นถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์นักดื่มแต่ละประเภทได้ดี โดยเฉพาะแก้วเบียร์เก็บความเย็นที่ช่วยรักษาอุณหภูมิของเบียร์ในแก้วให้เย็นชื่นใจได้นานขึ้น โดยที่ไม่ต้องเติมน้ำแข็งจนเสียรสชาติ ไม่ว่าจะดื่มในร้านอาหาร บาร์ หรือแม้แต่ที่บ้าน การมีแก้วเบียร์เก็บความเย็นที่ดีก็ช่วยให้การดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ เป็นเรื่องง่ายๆ
แต่วิธีเลือกแก้วเก็บความเย็นที่เหมาะสมนั้น ก็มีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาและไม่ควรมองข้าม ในบทความนี้ Oceantableware จะพาไปดูว่าแก้วเบียร์เก็บความเย็นที่ดีควรเลือกอย่างไร มีอะไรที่ควรพิจารณาบ้าง ตั้งแต่การเลือกวัสดุ การเก็บความเย็น ความจุ และปัจจัยอื่นๆ ที่จะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างแท้จริง
แก้วเบียร์เก็บความเย็นควรใช้วัสดุอะไรดี?
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการเลือกแก้วเบียร์เก็บความเย็นนั้น คือวัสดุที่ใช้ผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อทั้งการเก็บความเย็น ความทนทาน รูปลักษณ์ และความปลอดภัยในการใช้งาน โดยวัสดุหลักที่นิยมในการผลิตแก้วเก็บความเย็นต่างๆ มีดังนี้
1. สแตนเลส
สแตนเลสเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับแก้วเก็บความเย็น เนื่องจากสแตนเลสมีคุณสมบัติในการเก็บอุณหภูมิ มีความทนทานสูง ไม่แตกหักง่าย และยังทำความสะอาดได้ง่าย ไม่มีกลิ่นติดและไม่เป็นสนิม โดยในตลาดปัจจุบัน ก็มีแก้วเบียร์เก็บความเย็นสแตนเลสจากหลากหลายแบรนด์ให้ได้เลือกใช้ แต่ถึงจะเป็นวัสดุเดียว แก้วสแตนเลสก็ยังมีการแบ่งเกรดการใช้งานที่แตกต่างกันไป
สแตนเลสเกรดมีอะไรบ้าง?
เกรดของสแตนเลสจะสามารถแบ่งได้เป็น 3 เกรดหลัก ได้แก่
- สแตนเลส 201 (SUS 201): เป็นสแตนเลสที่เกรดค่อนข้างต่ำ ราคาถูก มีส่วนผสมของนิกเกิลค่อนข้างน้อย ทำให้บอบบางต่อทนการกัดกร่อน เป็นสนิมได้ง่ายกว่าสแตนเลสเกรดอื่นๆ ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการใช้รับประทาน
- สแตนเลส 304 (SUS 304): หรือที่รู้จักในชื่อสแตนเลส 18/8 เป็นสแตนเลสที่ได้มาตรฐานฟู้ดเกรด (Food Grade) มีส่วนผสมของนิกเกิลมากกว่าสแตนเลส 201 ทำให้มีความทนทานสูง ทนต่อสนิม และทนต่อความเป็นกรด-ด่างได้ดี ทำให้นิยมนำมาผลิตเป็นเครื่องครัวต่างๆ เช่น หม้อ ถาด ปิ่นโต รวมถึงแก้วเบียร์เก็บความเย็น
- สแตนเลส 316 (SUS 316): เป็นสแตนเลสที่เกรดสูงสุดในบรรดา 3 เกรดหลัก และมีราคาที่สูง โดยมีองค์ประกอบส่วนใหญ่ใกล้เคียงกับสแตนเลส 304 แต่จะเพิ่มโมลิบดีนัมซึ่งเป็นธาตุโลหะที่ทนต่อการกัดกร่อนสูงเข้าไปด้วย ทำให้สแตนเลสในเกรดนี้สามารถทนกรดและสารเคมีต่างๆ ได้ดี และยังทนต่อความร้อนและความเค็ม
หากถามว่าแก้วเก็บความเย็นเกรดไหนดีสุด? คำตอบย่อมเป็นสแตนเลส 316 อย่างแน่นอน จากคุณสมบัติต่างๆ ที่ได้เปรียบ แต่สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ที่ต้องการแก้วเบียร์เก็บความเย็น ซึ่งไม่ได้ใส่เครื่องดื่ม หรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง ก็สามารถเลือกใช้สแตนเลสเกรด 304 ได้เช่นกัน โดยสังเกตที่ฉลากหรือคู่มือที่มากับแก้ว หรือสอบถามกับผู้จัดจำหน่าย เพื่อยืนยันคุณภาพของแก้วเบียร์ที่ตนสนใจ
สิ่งที่ควรระวังในการใช้แก้วสแตนเลส
- เลี่ยงการใช้แปรงขัดหยาบ: รวมถึงฝอยขัดหม้อในการทำความสะอาด เนื่องจากขนแปรงอาจสร้างรอยขีดข่วน ทำให้แก้วเสียหายได้
- ไม่ควรใส่ในไมโครเวฟ: เพราะสแตนเลสสามารถทำให้เกิดประกายไฟในไมโครเวฟได้
- ตรวจสอบว่าแก้วได้มาตรฐานฟู้ดเกรด: เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานและบริโภค
2. พลาสติก
แก้วเบียร์เก็บความเย็นที่ผลิตจากพลาสติก ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากพลาสติกเป็นวัสดุที่ทนทาน แข็งแรง น้ำหนักเบาพกพาได้ง่าย มีสีสันหลากหลาย และมีราคาถูกกว่าและยังนิยมผลิตเป็นเครื่องครัว เช่น จาน (Plate) ชาม และแก้วน้ำ แก้วเบียร์เก็บความเย็นแบบพลาสติกส่วนใหญ่มักออกแบบให้เก็บความเย็นได้ดี แต่อาจไม่นานเท่ากับแก้วสแตนเลส ทำให้เสียเปรียบกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะร้านค้าที่ต้องการขายแก้วที่ระลึก
สิ่งที่ควรระวังในการใช้แก้วพลาสติก
- เลือกใช้แก้วที่เป็นพลาสติก PP (โพลีโพรพิลีน, Polypropylene): เป็นพลาสติกที่ปลอดภัยต่อการบริโภค นิยมใช้ผลิตกล่องข้าวพลาสติก หรือเลือกพลาสติกที่ได้มาตรฐานฟู้ดเกรด ไม่มีสารตกค้าง เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้กับเครื่องดื่มร้อนจัด: เว้นแต่จะเป็นแก้วที่เก็บความร้อนได้เช่นกัน
- เก็บความเย็นได้น้อยกว่าสแตนเลส: อาจไม่เหมาะสำหรับการใส่เครื่องดื่มข้ามวัน
3. แก้ว
นอกจากแก้วกาแฟ แก้วไวน์ โหลแก้วและเหยือกแก้ว (Pitcher) แล้ว แก้วก็สามารถนำมาผลิตเป็นแก้วเบียร์เก็บความเย็นได้เช่นกัน โดยการทำให้ผนังแก้วมีความหนามากกว่าแก้วปกติ ทำให้เก็บความเย็นได้ดีกว่าแก้วทั่วๆ ไป และยังมีความทนทานที่สูงด้วย เหมาะสำหรับร้านอาหาร บาร์ ร้านเหล้าที่เน้นเสิร์ฟเบียร์เป็นหลัก แม้อาจจะไม่ได้เก็บความเย็นได้ดี หรือพกพาสะดวกเท่ากับวัสดุอื่นๆ แต่ก็สามารถชดเชยด้วยคุณสมบัติของแก้วอย่าง ความใส ทำความสะอาดง่าย ไม่มีสารปนเปื้อน และไม่ทำปฏิกิริยาให้เบียร์เสียรสชาติ
สิ่งที่ควรระวังในการใช้แก้วเบียร์
- ระวังแก้วแตกหัก: แม้จะมีความทนทาน แต่แก้วประเภทนี้ก็ยังสามารถแตกเมื่อถูกกระแทกได้
- เก็บความเย็นได้น้อยกว่าวัสดุอื่นๆ : อาจไม่เหมาะสำหรับการพกพา
ปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญในการเลือกแก้วเบียร์เก็บความเย็น
วิธีเลือกแก้วเก็บความเย็นที่ดี นอกจากวัสดุแล้ว ควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
ความสามารถในการเก็บความเย็น
อย่างที่กล่าวไปว่า วัสดุที่ใช้ผลิตแก้วเบียร์เก็บความเย็นนั้นจะมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน และแก้วแต่ละใบ แต่ละยี่ห้อที่ใช้วัสดุระดับเดียวกัน ก็อาจรักษาความได้ไม่เท่ากัน เนื่องจากขนาด ประเภทเครื่องดื่ม หรือการออกแบบของแก้วและฝาปิด
โดยแก้วเบียร์เก็บความเย็นที่ดีควรรักษาอุณหภูมิเครื่องดื่มได้อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อให้เครื่องดื่มคงความเย็นได้สม่ำเสมอ
ความจุ
การเลือกความจุแก้วเบียร์เก็บความเย็นที่ดีนั้น ควรพิจารณาจากทั้งประเภทเครื่องดื่ม รูปแบบการดื่ม และขนาดที่พอใจด้วย เพราะยิ่งแก้วมีความจุเยอะ ก็จะมีขนาดและน้ำหนักที่สูงขึ้นตาม โดยทั่วไปแล้ว แก้วเบียร์เก็บความเย็นในทั้งตลาดมักมีความจุตั้งแต่ 300 มล. ถึง 1,000 มล. หากคุณเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านเหล้าที่เสิร์ฟเบียร์ในร้าน ก็สามารถเลือกแก้วเบียร์ขนาดประมาณ 350-500 มล. เพื่อให้ง่ายต่อทั้งการเสิร์ฟ การดื่ม และการบริหารต้นทุน แต่สำหรับนักดื่มที่ต้องการพกแก้วคู่ใจ ก็สามารถเลือกขนาดตามที่ตนพอใจ และสะดวกต่อการพกพาได้
การออกแบบและรูปทรงแก้ว
รูปทรงของแก้วนั้น สามารถส่งผลต่อประสบการณ์และรสชาติของเบียร์ได้ไม่น้อย เบียร์แต่ละชนิดต่างก็มีรูปแบบแก้วเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ซึ่งแก้วเบียร์เก็บความเย็นส่วนใหญ่อาจไม่ได้มีรูปแบบที่หลากหลายเท่ากับแก้วเบียร์ทั่วไป แต่ก็สามารถเลือกพิจารณาแก้วจากปัจจัยเหล่านี้ได้เช่นกัน
- เลือกแก้วที่มีปากกว้างพอดีปาก: เพื่อให้กลิ่นหอมของเบียร์ลอยขึ้นมาได้ดี ยกดื่มได้โดยไม่หกเลอะเทอะ
- รูปทรงจับถนัดมือ: มีจุดที่ถือเต็มมือได้ ไม่ใหญ่เกินไป หรือมีด้ามจับข้างแก้วเพื่อให้ง่ายต่อการถือ
และนอกจากการออกแบบภายนอกแล้ว การออกแบบภายในแก้วก็สำคัญเช่นกัน โดยแก้วเบียร์เก็บความเย็นที่ดี ควรมีโครงสร้างแก้วแบบสุญญากาศ (Vacuum Insulation) ผนังแก้วหนาหรือแบ่งเป็นสองชั้น และฝาปิดแบบซีลเหมือนกับกล่องข้าว เพื่อการรักษาความเย็นที่ดีที่สุด
ความทนทาน
ความทนทาน ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เพราะแก้วเบียร์เก็บความเย็นที่แข็งแรง ทนต่อการกระแทก การตก ทนต่อการเสื่อมสภาพแม้จะผ่านการใช้งานหนักๆ หรือผ่านการล้างบ่อยครั้ง และที่สำคัญที่สุด คือส่วนของฝาปิดที่มีซีลรอบขอบที่แน่นหนา กันน้ำรั่วซึม เพื่อใช้งานแก้วที่คุ้มค่าและยาวนาน ไม่ต้องเปลี่ยนแก้วใหม่บ่อยๆ
การเลือกแก้วเบียร์เก็บความเย็นที่เหมาะสมสำหรับภาคธุรกิจและการใช้งานส่วนตัวนั้น ต่างมีเรื่องที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งวัสดุ ประสิทธิภาพการเก็บความเย็น ความจุ การออกแบบ และความทนทาน เพราะประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุดนั้น ก็ไม่ได้จำกัดอยู่ในแค่การใช้แก้ววัสดุไหน หรือปัจจัยใดๆ แต่ต้องตอบโจทย์ความต้องการ และยกระดับการดื่มของคุณอย่างแท้จริง และช่วยยกระดับประสบการณ์การดื่มเบียร์ของคุณไปอีกขั้น

สนใจซื้อแก้วคุณภาพดีกับ Oceantableware
Oceantableware คือผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ชุดเครื่องแก้ว กล่องเก็บอาหาร กล่องถนอมอาหาร และอุปกรณ์ครัวคุณภาพดี หลากหลายแบบ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน รวมถึงจำหน่ายอุปกรณ์ครัวอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง รวมถึงบริษัทและองค์กรต่างๆ จากประสบการณ์กว่า 43 ปี เรามุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารสู่ความทันสมัยอย่างมีสไตล์ ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของความสุข ช่วยสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ โอเชียนกลาสจึงเป็นผู้นำการจัดจำหน่ายชุดแก้ว และเครื่องครัวอื่นๆ ของเอเชียและส่งออกไปมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก
สอบถามเกี่ยวกับแก้วกาแฟ ชุดเครื่องแก้วและอุปกรณ์เครื่องครัวทุกรูปแบบได้ที่:
LINE: @oceantableware
โทร.: 062-390-0075
อีเมล: CS@oceanglass.com

